สิทธิมนุษยชนไม่ใช่ยาขมสำหรับตำรวจ

สิทธิมนุษยชนภาคปฏิบัติในงานตำรวจ 


🙏🏼ห่างหายวงการวิชาการไปนาน😊 วันนี้มีโอกาสมาร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชนและการป้องกันการทรมาน สำหรับสถานีตำรวจนำร่องต้นแบบ 26 สถานี และเครือข่ายภาคประชาชน จัดโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับเกียรติมาแลกเปลี่ยนกับพี่น้องตำรวจและท่านกรรมการสิทธิครับ



🥺ถ้าพูดคำว่า “สิทธิมนุษยชน” เหมือนจะเป็นยาขมสำหรับตำรวจ 

เพราะคำนี้มักโผล่มาในวันที่ตำรวจถูกตรวจสอบ ถูกวิจารณ์ หรือถูกตั้งคำถามจากสังคม จนบางครั้งสิทธิมนุษยชนถูกมองว่าเป็นเรื่องของ คนอีกฝ่าย” เป็นภาระ เป็นข้อจำกัด หรือเป็นสิ่งที่คอยจ้องจับผิดตำรวจ !

👮‍♀️แต่พี่น้องตำรวจครับ ตำรวจนี่แหละเป็นคนที่ปกป้องสิทธิมนุษยชนคนสำคัญ

ตำรวจนี่แหละคนที่ปกป้องสิทธิมนุษยชนของทุกๆ คน 


❓เอ๊ะ มันเป็นยังไง ?

👬สิทธิมนุษยชน มาจากภาษาฝรั่งว่า Human rights สังเกตนะครับ right เติม แสดงว่ามีหลาย right หลายสิทธิ และเป็นสิทธิของ human ของมนุษย์ แล้วใครเป็นมนุษย์บางหล่ะครับ? ก็ทุกท่านที่กำลังอ่านบทความนี้ก็เป็น คนที่คลิ๊กๆ ไปแล้วแต่ไม่ได้อ่านก็เป็น (แต่สุภาพสตรีอาจสงสัย ทำไมไม่เป็น huwoman หล่ะคะอันนี้ต้องไปแยกตอบอีกวงหนึ่งครับ) มนุษย์ก็คือสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่สัตว์ไงครับ

แล้วสิทธิของมนุษย์มีอะไรบ้างหล่ะ ท่านคิดว่ามีอะไรที่เป็นของของเรา ที่มีมาตั้งแต่ออกมาจากท้องแม่ และใครจะเอาไปไม่ได้บ้างหล่ะครับ 


👴🏻มีนักคิดในอังกฤษเคยกล่าวไว้ว่าของที่มนุษย์มีมาแต่กำเนิด คือ ชีวิต เสรีภาพ และทรัพย์สิน และทุกคนมีสิทธินี้เท่าๆ กันด้วยนะครับ 

👮‍♀️และหน้าที่ของรัฐ คือ การปกป้องชีวิต เสรีภาพ และทรัพย์สินของพวกเราทุกคน เริ่มอ่อกันบ้างหรือยังครับว่าตำรวจนี่แหละเป็นคนที่ปกป้องสิทธิมนุษยชนคนสำคัญ เพราะตำรวจมีหน้าที่ในการปกป้องชีวิต เสรีภาพ และทรัพย์สินของประชาชนไงครับ 

🕺สิทธิมนุษยชนไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่งแต่เป็นเรื่องของทุกๆ คน ทั้งผู้ได้รับความเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิ ผู้ต้องหา ประชาชนทั่วไป รวมทั้งตัวตำรวจเองก็ต้องการการปกป้องสิทธิมนุษยชนครับ 

 

▶️ แล้วสิทธิมนุษยชนในภาคปฏิบัติในงานตำรวจเป็นอย่างไร

ตำรวจเป็นเจ้าหน้าที่ที่กฎหมายให้อำนาจปกป้องสิทธิของมนุษย์ซึ่งรวมถึงประชาชนในสังคม ในขณะที่ตำรวจใช้คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทุกคน ด้วยการออกตรวจตรา ระงับเหตุด่วนเหตุร้าย ตรวจค้น จับกุมผู้ต้องสงสัย ควบคุมตัว สอบสวน โดยมีสถานีตำรวจเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด 


🚓 ดังนั้น การใช้อำนาจของตำรวจก็มีโอกาสไปกระทบต่อสิทธิมนุษยชนเช่นกัน 

ท่านปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ/ประธานเปิดการฝึกอบรมครั้งนี้ เล่าให้ฟังว่าแนวคิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และละเมิดสิทธิพื้นฐานของมนุษย์อย่างมากในเยอรมนี 🇩🇪 จึงต้องมีมาตรการต่างๆ เพื่อมิให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอีก และเยอรมนีเป็นชาติที่ยอมรับความผิดพลาดในอดีตและไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก ถือเป็นตัวอย่างที่ดีมาก


⚫️ในอดีตตำรวจเยอรมันก็เป็นเครื่องมือของนาซีเยอรมนีและถูกประชาชนเกลียดชังอย่างหนัก แต่ปัจจุบันตำรวจเยอรมันได้รับการปฏิรูปจนตำรวจเป็นอาชีพที่ประชาชนให้ความเชื่อมั่นในอันดับต้นๆ วิธีการปฏิรูปที่สำคัญคือการปฏิรูปการศึกษาฝึกอบรมตำรวจซึ่งผนวกเอาแนวคิดเรื่องสิทธิมนุษยชนเข้าไปในการเรียนการฝึก โดยที่ไม่มีวิชาสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะ 

 🌏โรงเรียนตำรวจเยอรมันในรัฐบาวาเรีย ไม่มีวิชาสิทธิมนุษยชนแต่ฝังแนวคิดของสิทธิมนุษยชนอยู่ในทุกการเรียนการฝึกปฏิบัติงานของตำรวจ

           

แนวคิดที่จะนำหลักสิทธิมนุษยชนสู่การปฏิบัติ คือ 


1.    ทำให้สถานการณ์ลดความรุนแรง การใช้อาวุธหรือกำลังเป็นหนทางสุดท้ายของการปฏิบัติหน้าที่ การทำงานของตำรวจในสถานีตำรวจไม่ได้พบแต่เหตุที่จะต้องไปจับกุม ควบคุมตัวคนร้ายเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังต้องเจอกับสถานการณ์ร้อยแปดพันเก้า เช่น ผัวเมียทะเลาะกัน ข้างบ้านทะเลาะกัน หมาข้างบ้านมากัดเด็ก นักเรียนตีกัน ข้างบ้านเปิดเพลงเสียงดัง คนบ้าขึ้นโรงพัก บลา...บาล...บลา... เหตุการณ์เหล่านี้ อาจไม่จำเป็นต้องใช้กำลังหรืออาวุธ แต่เค้าให้ใช้การสื่อสาร เทคนิคการจัดการความขัดแย้ง และเทคนิคการสื่อสารที่สำคัญคือ 

o  เข้าใจและเห็นใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าใจว่าเหตุการณ์นั้นมีสาเหตุจากอะไร คนเอะอะโวยวาย อาละวาดอยู่ เหตุใดเขาจึงมีพฤติกรรมอย่างนั้น เพื่อให้สามารถจัดการเหตุได้เหมาะสม และลดความตรึงเครียดของสถานการณ์ลง

2.     หลักความได้สัดส่วน (proportionality)

o  เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำอะไรสักอย่างจะต้องตอบคำถามต่อไปนี้ให้ได้ก่อน 

        1) ทำได้หรือไม่? กฎหมายให้อำนาจหรือไม่ 

        2) เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพหรือไม่? ทำไปได้ประโยชน์หรือไม่ 

        3) การกระทำนั้นเหมาะสมได้สัดส่วนหรือไม่?  

อันนี้สำคัญเพราะอะไรคือเหมาะสม ตอบยากนะครับ 

🚦ขอจำลองจากสัญญาณไฟจราจรครับ ความเหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น 

🔴ถ้าผู้ต้องสงสัยจะทำร้ายหรือทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจย่อมจำเป็นต้องใช้กำลังหรือมาตรการเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิตของตำรวจหรือผู้อื่น (ตำรวจไม่ต้องขอร้อง พูดสุภาพนะครับ) 

🟠ถ้าผู้ต้องสงสัยมีพฤติกรรมต่อต้าน ยังไม่ต่อสู้ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็อาจใช้การควบคุมทางกายภาพ เช่น สั่งให้ไปยืนจุดที่ปลอดภัย ออกมาจากรถ เป็นต้น 

🟢ถ้าผู้ต้องสงสัยไม่ให้ความร่วมมือ ก็อาจต้องใช้การสื่อสาร พูดคุย เทคนิคการจัดการความขัดแย้ง

o  ดังนั้น วิชาที่เรียนกันในหลักสูตรนักเรียนนายสิบ ไม่มีวิชาสิทธิมนุษยชน แต่มีวิชาการสื่อสาร และการจัดการความขัดแย้ง เยอะมากครับ 




3.       จัดการกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชน ถ้าเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนจะต้องมีการจัดการ สอบสวน ลงโทษตามกฎหมาย และชี้แจงให้สังคมรับทราบ เพราะหากปล่อยไว้ไม่ดำเนินการจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสังคมที่มีต่อตำรวจ 


o  แล้วทำอย่างไรจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็เช่น การใช้วาจาไม่เหมาะสม ดูถูกเหยียดหยาม ใช้กำลังเกินความจำเป็น ทรมานด้วยวิธีการต่างๆ จับกุมโดยฝ่าฝืนกฎหมาย การเลือกปฏิบัติซึ่งปัจจุบันความแตกต่างทางเพศได้รับการยอมรับในสังคมไทย แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องระมัดระวังไม่กล่าววาจาที่ไม่เหมาะสมกับ LGBTQ

o  สาเหตุ แล้วอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ตำรวจไปละเมิดสิทธิมนุษยชนหล่ะ ผมวิเคราะห์ว่ามีสาเหตุคือ 

        1) ความไม่รู้ เจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนอาจไม่เข้าใจหลักการ แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน 

        2) อารมณ์ ตำรวจเป็นอาชีพที่มีแรงกดดัน ตรากตรำ บางครั้งอาจทำให้เกิดอารมณ์ทำในสิ่งที่ไม่ควร 

        3) คาดหวังความสำเร็จ จนลืมวิธีการที่ถูกต้อง และ 

        4) ความขาดแคลน ขาดกำลังพลที่ทำให้คนที่มีอยู่ต้องเป็น “เดอะแบก” รับภาระมันทุกเรื่อง ขาดเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็น 


o  แล้วเราจะป้องกันอย่างไร ผมชื่นชอบการทำงานของคณะกรรมการสิทธิชุดนี้ เพราะมุ่งเน้นการป้องกัน การป้องกันที่ทำได้ทั้งการมีกฎหมายควบคุม อาจทำได้ทั้งปรับปรุงทางกายภาพที่ช่วยป้องกันเหตุทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ เช่น กล้อง body camera กล้อง CCTV ในที่ทำการ อาจทำได้ด้วยการจัดทำแนวทางปฏิบัติ SOP เป็นโจทก์ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมไปทำการบ้านต่อครับ

o  การตรวจสอบลงโทษตำรวจที่ทำผิด ตอนมีเยอะแล้วครับ ป.ป.ช. ป.ป.ท. ก.ร.ตร. (คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ ตาม พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565) สื่อมวลชน influencer และประชาชนทุกคนที่มีโทรศัพท์มือถือ ถ่ายคลิปได้ตลอดเวลา แต่หากช่วยกันป้องกันมิให้เหตุเกิดน่าจะดีกว่าครับ


❤️และที่สำคัญผมเห็นว่าต้องทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้เห็นว่าเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นสิทธิของทุกคน และตำรวจเองนี่แหละเป็นผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชนคนสำคัญ ที่ต้องปกป้องทั้งผู้เสียหาย ผู้ต้องหา ประชาชนทั่วไป และตัวตำรวจเอง ครับ/


 

 

 

 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เรียนรู้เรื่องราวตำรวจญี่ปุ่นกันครับ

เรื่องราวว่าด้วย "นักเรียนนายร้อยตำรวจ" กับคำว่า "รุ่น" และ "พราน 44"

ตำรวจเยอรมัน